รักษาโรคด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน

แก้ต่อมลูกหมากโต

ผักบุ้งต้มผสมน้ำผึ้งแก้ต่อมลูกหมากโต

“จงอย่าฝากชีวิตไว้กับหมอและยา  เพราะหมอก็ไม่ใช่เทวดาหรือผู้สัพพัญญู  และยาก็ย่อมจะมีทั้งคุณและโทษ  ควรพึ่งตนเองด้วยโยนิโสมนสิการก่อนที่จะคิดพึ่งหมอและยาเถิด”  “ธรรมรักษา” โรเนียวแทรกในหนังสือของภิกษุพระยานรรัตน์ราชมานิต

ตั้งแต่ประมาณอายุ 50 ปีมาแล้วที่ผมรู้สึกปลงสังขารว่าเสื่อมลงไปมาก  นอกจากโรคภูมิแพ้  หอบหืดที่เรื้อรังมาแต่เด็กจนแก่และนอนกรนทั้งหลายนี้  คือกลุ่มโรคทางเดินหายใจซึ่งถ้ากำเริบมากหรือกำเริบกระทันหันไปถึงหมอไม่ทัน  ก็มีคนตายได้ง่ายๆ กว่าเป็นมะเร็งด้วย

ก่อนผมอายุ 50 ปีไม่กี่เดือน  ผมได้เข้าตรวจโรคที่โรงพยาบาลราชวิถีโดยไม่ตั้งใจเพราะผมคิดว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก  ก็ผมขับรถผ่านโรงพยาบาลเพื่อพาภรรยาไปเข้าประชุมที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติที่ถนนรัชดาภิเษก  แต่เมื่อผ่านมาใกล้โรงพยาบาลภรรยาของผมก็เกลี้ยกล่อมให้ผมแวะเข้าไปให้หมอตรวจสุขภาพ  เธอติดต่อกับเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว

เมื่อถึงขนาดนี้แล้วขืนผมไม่ลงไปหาหมอละก็  ต้องโดยคุณครูจงจิต(ภรรยา) ทำโทษไม่รู้ด้วยนะ  เธอต่อแท็กซี่ไปประชุมเอง  ให้ผมไปพบพยาบาลตามที่นัดไว้ให้  ผมขับรถวนไปวนมากว่าจะหาที่จอดได้  พอเข้าห้องตรวจวัดความดันโลหิตจึงขึ้น 220 (ตัวบน)  90 (ตัวล่าง)  หัวใจเต้น 82 ครั้ง/นาที

คุณหมอเห็นเกณฑ์ความดันของผมก็สั่งจัดเตียงในห้องฉุกเฉินในผมนอนราบนิ่งๆ ทันที  หมอบ่นว่าความดันสูงขนาดนี้ทำไมเพิ่งมา  สูงขนาดนี้เส้นเลือดพร้อมจะแตกได้ทุกเวลานะนี่

ผมนอนนานชั่วโมงเศษ  ชักเคลิ้มๆ แต่พอเที่ยงวันเศษก็เริ่มหิวไม่เห็นมีเจ้าหน้าที่เฝ้า  ผมจึงย่องไปกินข้าวที่โรงอาหารแล้วกลับมานอนต่อจนผู้ปกครองมาเจรจากับหมอขอรับคนขับรถ(กิตติมศักดิ์) กลับไปทำหน้าที่ก่อน  สัญญาว่าเมื่อได้จัดเตรียมการดีแล้วจะส่งมานอนประจำที่โรงพยาบาลให้ตรวจเต็มที่สัก 7 – 10 วัน  คุณหมอก็ดีใจหาย  ติดต่อขอจองห้องให้ได้เป็นห้องรวม 6 เตียง  ไม่มีเครื่องปรับอากาศ

ราวต้นมกราคม 2534  ผมจึงไปนอนโรงพยาบาลเป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต  ผลการตรวจละเอียดพบว่าผมป่วยเป็นลิ้นหัวใจรั่ว  ภายหลังพบอีกว่าเส้นเลือดใหญ่กล้ามเนื้อหัวใจตีบอีก 2 เส้น  สังขารที่เสื่อมและมีโรคร้ายแรงที่อยู่ในอันดับแรกๆ ของโรคที่มีคนตายมาก  ทำให้ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องต่อมลูกหมากเสื่อมเลย  ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาราว 10 ปี  ผมมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้นาน  สัก  2 – 3 ชั่วโมงก็ต้องไปปลดทุกข์  กลางคืนก็ลำบากที่ต้องฝันร้ายบ่อยๆ  เพื่อจะได้ตื่นไปปัสสาวะ  ถ้าอากาศหนาวเย็นก็ปัสสาวะบ่อยครั้ง  นอกจากนั้นแรงปัสสาวะก็ลดลงจนเวลาปฏิบัติการต้องยืนชิดๆ โถ  เพื่อไม่ให้น้ำปัสสาวะหกลงพื้น  ไม่เพียงปัสสาวะไม่ค่อยออก  ครั้นยืนปัสสาวะอยู่นานจนไม่มีน้ำหยดออกมาแล้วก็ตาม  พอรูดซิปเสร็จก็ยังรู้สึกว่าปัสสาวะยังไม่เสร็จ

ปัญหาอาการ “ต่อมลูกหมากเสื่อม” นี้ผมเป็นมาตั้ง 10 ปีแล้ว  แต่เพราะผมป่วยด้วยโรคร้ายแรงกว่าอีก 2 – 3 โรค  จนเคยเป็นอัมพฤกษ์ถึง 42 วัน  เมื่อปลายปี 2538 มาแล้ว  ครั้นเดือนเมษายน 2542  ผมได้พบกับปาฏิหาริย์จากการฝึกพลังลมปราณ  เมื่อผมฝึกฯ ทุกวันวันละครั้ง  ทำให้สุขภาพของผมฟื้นฟูแข็งแรงจนโรคเรื้อรังทั้งหลายหายหมด  คือ  ภูมิแพ้  หวัด  ไข้หวัด  หอบหืด  นอนกรน  คงเหลือแต่ลิ้นหัวใจรั่ว  ซึ่งนายแพทย์พูลชัย จิตอนันต์วิทยาผู้ตรวจรักษาาผมยืนยันว่า  สภาพหัวใจของผมดีขึ้นมาก  ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจดังเช่นสภาพเมื่อกลางปี 2538  ซึ่งผมเคยเข้านอนรอผ่าตัดที่โรงพยาบาลราชวิถีมาแล้ว  ครั้งนั้นก็ไม่ได้ผ่าตัดเพราะมีเส้นเลือดใหญ่ตีบที่อันตรายกว่า  ต้องรีบทำบอลลูนทันที

นับแต่เดือนเมษายน 2542 เป็นต้นมา  ผมก็คลายความทุกข์จากโรคร้ายๆ ไปเรื่อยๆ  ไม่นานผมกลับเป็นผู้ริเริ่มและเผยแพร่  “การฝึกพลังลมปราณ”  เพื่อพิชิตโรค  ผมพิมพ์หนังสือเผยแพร่ไปทั่วประเทศ  ทั้งได้รับเชิญไปบรรยายและสาธิตการฝึกพลังลมปราณตามองค์กร  หน่วยงานต่างๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชน  ทำให้ผมลืมเรื่อง  “ต่อมลูกหมากเสื่อม”  ไปอีกเป็นปี   จนกระทั่งภรรยาของผมกลับมาจากอเมริกา  หลังจากไปอยู่ดูแลลูกสาวนานหลายเดือน  พอกลับมาไม่กี่วันเธอก็ไปหาหมอที่คลินิกสตรีวัยทองของโรงพยาบาลรามาธิบดี  กลับมาบ้านเธอก็บอกข่าวดีว่าทางโรงพยาบาลได้เปิด “คลินิกบุรุษวัยทอง” แล้ว  คนไข้ยังไม่มาก  คราวหน้าเธอจะไปขอคิวนัดตรวจต่อมลูกหมากให้ผมบ้าง

ว้าว!  ผมร้องอยู่ในใจ  จิตแพทย์ท่านว่าผู้ที่นำอวัยวะเพศให้ผู้อื่นดูนี่น่ะเป็นพวกโรคจิตไม่ใช่เหรอ?   แต่ผมอธิบายว่าผมจะลองใช้ตำราของ “พระบอก” ดูก่อน   แล้วผมก็นำบันทึกของพระภิกษุพิมพ์แทรกในหนังสือ “วิทยาศาสตร์การหายใจ” ที่ท่านเจ้าคุณนรรัตน์ฯ ได้แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษชื่อ Science of Breath by Yogi Ramacharaka  พิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1904  ที่สหรัฐอเมริกา

บันทึกนั้นมีใจความว่า

พิชิตต่อมลูกหมากโต

“เมื่อประมาณเกือบ 10 ปีมาแล้ว  ผู้เขียนมีอาการปวดในท่อปัสสาวะมาก  ถ่ายปัสสาวะไม่ค่อยออก  นอกจากจะถ่ายออกมาเป็นหยดๆ แล้ว  ภายในท่อปัสสาวะก็ปวดมาก  จึงต้องไปพึ่งหมออีก  ก็เป็นหมอเจ้าเก่าคือ  คุณหมอสุดชาย ปันยารชุน  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ (ในขณะนั้น) ซึ่งเป็นผู้มีเมตตาต่อผู้เขียนเป็นอย่างดีมาช้านาน  คุณหมอได้ตรวจแล้วบอกว่า  เป็นโรคต่อมลูกหมากโต  แต่เป็นในระยะเริ่มต้น  ควรจะผ่าตัดเอาออกเสียเลย  ผู้เขียนก็ต่อรองว่าตอนนั้นอีกสองวันจะเข้าพรรษา  รอให้ออกพรรษาแล้วจะสัตตาหะมาผ่า  ซึ่งทางหมอบอกว่าโรคนี้ยังไม่มียารักษา  มีแต่การผ่าตัดอย่างเดียวเท่านั้น

ก่อนที่จะกลับสำนักที่ราชบุรี  ก็ได้โทรศัพท์ไปคุยกับท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎกซึ่งเป็นที่เคารพของผู้เขียน  ทุกครั้งที่โทร. ไป  ท่านก็มักจะถามถึงสุขภาพอยู่เสมอ   ครั้งนี้ก็เช่นกัน  พอโทร. ถึงท่าน  ท่านก็ถามถึงสุขภาพก่อนอื่นเหมือนจะรู้ใจ  ก็ได้กราบเรียนท่านว่า  ได้มาโรงพยาบาลเพื่อจะผ่าตัดต่อมลูกหมากโต  ท่านก็ได้พูดขึ้นทันทีว่า   เมื่อสองวันมานี้คุณโยมยุพนา ธรรมโกวิท  ได้บอกวิธีรักษาต่อมลูกหมากโตให้โดยใช้ผักบุ้งจีนกับน้ำผึ้งแท้  ท่านถามว่าจะลองดูไหม?  ผู้เขียนก็ได้ตอบท่านไปโดยไม่ลังเลว่าเต็มใจที่จะลองดู   เพราะมั่นใจว่า  ถึงโรคต่อมลูกหมากโตจะไม่หาย  ก็คงจะไม่เป็นไรอะไร  เพราะทั้งผักบุ้งจีนและน้ำผึ้งก็เคยฉันอยู่แล้ว

ก่อนกลับที่พักจึงได้ซื้อผักบุ้งจีนมาด้วย 1 กิโล  โดยแบ่งกินเป็น  3 วัน  กินวันละ  1 มื้อก็หมดพอดี  พอมาถึงกุฏิก็เริ่มทำกิน  โดยเอาผักบุ้งจีนไปล้าง  แล้วตัดเอารากออกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ  ใส่กาน้ำต้ม  โดยใส่น้ำเพียงเล็กน้อย  พอสุกแล้วยกลง  ตักออก  เอาน้ำผึ้งแท้ใส่ลงไป 2 ช้อนแกง  คนให้เข้ากันดีแล้วก็ฉันจนหมดทั้งเนื้อทั้งน้ำ  เหลืออีกสองส่วนก็เอาไว้ฉันในวันต่อไป    พอตอนเช้ามืดตื่นขึ้นมาปัสสาวะ   เอ๊ะ!  รู้สึกว่าถ่ายคล่องขึ้น  อาการปวดแสบในลำกล้องก็น้อยลง  ดูน่าจะเข้าท่า  ก็เลยทำฉันอีกสองวันก็หายเป็นปกติ  เลยสั่งให้เขาซื้อมาอีก 1 กิโล  ทำฉันเช่นเดิมอีก 3 วัน  ก็หายมาเป็นเวลา 1 ปี   ก็เริ่มมาเป็นอีก  ก็ทำฉันอย่างเดิมก็หายอีก  จนครั้งที่สามเมื่อ  2 ปีมานี้เริ่มจะเป็นอีก  ก็ทำฉันอีกก็หายมาจนบัดนี้

  1. ผักบุ้งจีน  ๑  กิโลกรัม  แบ่งเป็น ๓ ส่วนเท่าๆ กัน
  2. ล้างน้ำให้สะอาดและตัดรากออก
  3. หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  4. ใส่กาต้มน้ำและใส่น้ำเล็กน้อย
  5. ต้มจนสุก  ยกลง  ตักออก
  6. ใส่น้ำผึ้งแท้ ๒ ช้อนโต๊ะ  คนให้เข้ากัน
  7. รับประทานให้หมด
  8. วันละ ๓ ครั้ง  เช้า  กลางวัน  เย็น

วันเสาร์และอาทิตย์  ผมจึงแปรการกินอาหารคนเป็นอาหารเต่า  คือ  กินผักบุ้งต้มใส่น้ำผึ้งตลอด 2 วัน  โดยภรรยาของผมไปซื้อผักบุ้งจีนวันละ 1 กิโลกรัม  แบ่งเป็น 3 ส่วนๆ ละ 1/3 ก.ก.  ล้างสะอาด  ตัดรากทิ้ง  หั่นเป็นชิ้นๆ ยาวราว 1 เซนติเมตร  ต้มทีละ 1 ส่วน  โดยมีน้ำสัก 40 – 50 ซี.ซี.  ให้เดือด  2 – 3 นาที  แล้วยกลง  ไอร้อนจะอบให้ผักบุ้งซึ่งสุกง่ายอยู่แล้วสุกทั่วถึง  ใส่น้ำผึ้งแท้ลงไป  2 – 3 ช้อนโต๊ะ  คนๆ จนเข้ากันดีแล้ว  ผมกิน 3 มื้อ  เช้า  กลางวัน  เย็น  โดยไม่กินอาหารอื่น (ถ้ากินอาหารอื่นต้องห่างจากกินผักบุ้ง  2 ชั่วโมง)  ทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์

เช้าวันจันทร์  ผมตื่นเช้าเข้าห้องส้วมก็รับรู้อย่างดีใจว่า  อาการก๊อกอุดตัน และก๊อกรั่วหยด  หายไปอย่างน่ามหัศจรรย์

ผมอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว  รายงานผลของการกินยาพระบอกให้ภรรยาทราบว่า  ยาขนานนี้ดีกว่ายาผีบอกแน่นอน

พระภิกษุพระยานรรัตน์ราชมานิต (ธมมวิตกโกภิกขุ)  เมื่อเป็นฆราวาสได้ศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์  เข้ารับราชการในราชสำนักสมัยรัชกาลที่ 6  ท่านมีความก้าวหน้าในราชการอย่างรวดเร็วจนได้ดำรงยศถึงชั้น พระยานรรัตน์ราชมานิต (ตรึก จินตยานนท์)  เมื่ออายุเพียง 28 ปี  แต่ก็สิ้นรัชกาลในปีต่อมา  ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ นั้น  พระยานรรัตน์ราชมานิตได้อุทิศตนอุปสมบท ณ วัดเทพศิรินทราวาสตลอดอายุขัย

วัตถุมงคลต่างๆ ที่ท่านสร้างไว้มีทั้งเหรียญรูปเหมือนของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ  ญาณวรมหาเถระ) ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์กับเหรียญรูปเหมือนของตัว “ท่านเจ้าคุณนรฯ” เอง  ล้วนเป็นที่ต้องการของนักสะสมวัตถุมงคลมากๆ  ราคาเรือนแสนขึ้นไปก็มี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s