รักษาโรคด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน

มะแว้งกับเบาหวาน

กินมะแว้ง 1 เดือน  รักษาโรคเบาหวานประเภทที่สองหาย

ท่านอาจารย์สถิตย์  เสมานิล  นักหนังสือพิมพ์อาวุโสและกรรมการชำระพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ. 2525  แต่ท่านอาจารย์หายสาบสูญไปตั้งแต่ปี 2524  เมื่ออายุ 83 ปี

ตอนที่ผมพบและรู้จักท่านอาจารย์นั้น   ผมเห็นท่านพกยาติดตัวไปกินหลังอาหาร 3 มื้อ  ขณะนั้นท่านอายุใกล้ 70 ปี  ท่านบอกว่าเป็นยารักษาโรคเบาหวานซึ่งป่วยมากว่า 20 ปีแล้ว   ต่อมาเมื่อผมสนิทคุ้นเคยกับท่านมากขึ้น  ทุกเช้าผมจะไปรอพบท่านที่คลินิกย่านสยามสแควร์  ท่านจะไปให้หมอหรือพยาบาลตรวจและฉีดอินซูลินให้   ท่านก็จะเดินงอพับแขนข้างที่ถูกฉีดยาเพื่อหนีบสำลีซับเลือด  ผมจึงช่วยถือของโดยมากก็พวกหนังสือและหนังสือพิมพ์อันเป็นอาชีพที่ท่านทำมาตั้งแต่อายุ 22 ปี  ขณะนั้นท่านอาจารย์ประจำการอยู่ที่หนังสือพิมพ์ ชาวไทย สี่แยกแม้นศรี

เช้าวันหนึ่ง  เมื่อท่านอาจารย์เสร็จธุระจากคลีนิก  เดินสวนทางกับชายหญิงวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานคู่หนึ่ง  คาดว่าเป็นสามีภรรยา  ทั้งสองนี้พอเห็นก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมบอกว่าเคยติดตามอ่านบทความและตามชมรายการภาษาหนังสือที่ท่านอาจารย์ไปเป็นวิทยากรเนืองๆ  ที่สุดก็สอบถามว่าอาจารย์ป่วยเป็นอะไรจึงได้มาหาหมอ?

พอรู้ว่าท่านอาจารย์ป่วยด้วยโรคเบาหวาน  ก็บอกว่า  “อาจารย์จะเชื่อหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ  แต่คุณแม่ของเราซึ่งป่วยเป็นเบาหวานเหมือนอาจารย์นี่แหละ  ท่านได้ตำรามาจากไหนไม่ทราบ  คือ  ให้คนที่ป่วยกินมะแว้ง  วันละหนึ่งกำมือของตนเอง  ต้องกินติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน  ห้ามเว้น  …  ถ้าเว้นต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่

วิธีกิน  จะกินอย่างไรก็ได้  เช่น  กินสดๆ  นึ่ง หรือลวกจิ้มน้ำพริก  หรือผัดกับหมู ไก่ กุ้ง ปลา ฯลฯ แล้วแต่ถนัด

เมื่อกินไปสัก 7 – 8 วัน  ให้ลองไปเจาะเลือดตรวจดูอัตราน้ำตาลในเลือด  ถ้าหากอัตราน้ำตาลลดลงแสดงว่าถูกโรค  ให้อดทนกินมะแว้งต่อไปทุกวันจนกว่าจะครบ 1 เดือน  แล้วจึงไปเจาะเลือดตรวจอีก  ถ้าอัตราน้ำตาลลดลง  แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์หายป่วยก็กินต่อไป  แม้จะพบว่าอัตราน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์หายป่วยก็จริง  ก็ควรกินมะแว้งคุมเชิงต่อไปอีกระยะหนึ่งจนแน่ใจว่าหายสนิท  จึงเลิกกินมะแว้ง”

ท่านอาจารย์สถิตย์เริ่มเตรียมการกินมะแว้งทันทีที่ลงจากรถเมล์  ตรงข้ามตลาดแม้นศรีก็เดินเข้าไปถามหาซื้อมะแว้งที่แม่ค้าขายผักหลายราย  ไม่มีใครเอามะแว้งมาขายสักรายเดียว  แต่แม่ค้ารายหนึ่งเมื่อทราบว่าท่านอาจารย์จะซื้อมะแว้งเป็นประจำจึงรับอาสาว่าจะสั่งชาวสวนหามะแว้งมาขายให้ทุกวันๆ ละ 1 พวง  เฉพาะวันเสาร์ 2  พวง  เพราะท่านอาจารย์ต้องตุนไว้กินในวันอาทิตย์

อีก 2 – 3  วันต่อมา  ท่านอาจารย์ก็เริ่มกินมะแว้ง  โดยนำไปล้างให้สะอาดแล้วเด็ดผลมะแว้งใส่ถ้วยไว้บนมุมโต๊ะ  คอยหยิบใส่ปากกินทีละ 3 – 4 เม็ด  จนกว่าจะหมดก็ราว 20 – 30 เม็ด  หนึ่งเดือนผ่านไป  ท่านอาจารย์บอกผมว่าต่อไปจะไม่พบกันที่คลินิกอีก  เพราะท่านหายจากโรคเบาหวานแล้ว   ยาจากคลินิกที่เคยกินวันละ 3 เวลาก็เลิกกิน  แต่ท่านอาจารย์คงกินมะแว้งต่อไปอีกเดือนเศษ  ที่สุดก็แน่ใจว่าหายขาดจากโรคเบาหวานจริงๆ  นอกจากไม่ต้องกินยาอีกแล้ว  สายตาก็กลับมาดีขึ้นจนเลิกสวมแว่นตาอีกด้วย  ท่านอาจารย์เคยปรารภว่าป่วยด้วยโรคเบาหวานมา 22 ปี  เสียเงินรักษาไปมากมายพอที่จะนำไปซื้อบ้านและที่ดินได้แห่งหนึ่งกับซื้อรถเก๋งขนาดกลางได้อีกคัน  แต่กลับหายป่วยด้วยการกินมะแว้ง  ที่ใช้เงินซื้อไม่ถึง 500 บาท

เมื่อหายสนิทจริงแล้ว  ท่านอาจารย์ได้ถวายสังฆทานด้วยกล้วยน้ำว้า 1 หวีกับน้ำสะอาด 1 ขวด  อุทิศส่วนกุศลแก่ผู้คิดค้นพบตำรายานี้

ปลายปี 2526  ผมย้ายเข้ามารับราชการในกรุงเทพฯ  ครอบครัวของเราเช่าบ้านอยู่ย่านเชิงสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ  ด้านฝั่งธนบุรี   เหตุผลที่เราอยู่ย่านนั้นเพราะใกล้ที่ทำงานและที่เล่าเรียนของลูกๆ  อีกประการหนึ่ง  คุณยุวดีน้องสะใภ้ของผมรับอาสาทำอาหารส่งปิ่นโตให้   เธอทำกับข้าวอร่อยรับรองคุณภาพได้  เพราะคนในครอบครัวของเธออ้วนท้วนเกือบทุกคน  เว้นแต่ลูกสาวคนเดียว

ความอ้วนท้วนของคนไม่ใช่เครื่องรับรองสุขภาพ  จึงไม่แปลกที่น้องสะใภ้ของผมจะมีโรคที่น่ากลัวอยู่หลายประเภท  เช่น  ความดันโลหิตสูง  และโรคเบาหวาน   ผมจึงแนะนำเธอให้ลองกินมะแว้งแก้เบาหวานตามวิธีที่ท่านอาจารย์สถิตย์ เสมานิลเคยกินได้ผลมาก่อน  เธอก็หาซื้อมะแว้งจากตลาดวงเวียนใหญ่มากินตามที่ผมแนะนำ  ไม่กี่สัปดาห์  เธอไปหาหมอประจำที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งและขอให้เจาะเลือดตรวจหาน้ำตาลในเลือด  ครั้นผลการตรวจออกมา  ปรากฏว่าอัตราน้ำตาลลดลงมากจากที่เคยสูง 300 เศษ  เหลือไม่ถึง 200  เธอกินมะแว้งเรื่อยมาจนอัตราน้ำตาลอยู่ระดับ 100 เศษๆ  ทุกวันนี้เธอไม่ต้องกินยาหรือไปหาหมอรักษาโรคเบาหวานแล้ว   เพียงแต่นานๆ ครั้งสักเดือนครึ่ง  ก็ซื้อมะแว้งมากินครั้ง  เธอใช้วิธีเคี้ยวๆ กลืนกิน  เธอเก่งมาที่เคี้ยวมะแว้งที่ทั้งขม  ทั้งเฝื่อน  กินได้ง่ายๆ  เธอบอกว่าตอนเคี้ยวอาจขมและเฝื่อนจริง  แต่เมื่อกลืนผ่านลำคอลงไปแล้วทำให้คอโล่งหวานลื่น  แก้ไอแก้เจ็บคอดีมากๆ

ส่วนความดันโลหิตสูงนั้น  เมื่อเธอไปเข้าฝึกรำมวยจีนแล้วไม่กี่เดือน  น้ำหนักลดลงราว 20 กิโลกรัม   ความดันโลหิตลดลงมากจนไม่เกิดอาการปวดหัวบ่อยๆ อย่างก่อนๆ แล้วครับ   ช่วงปี 2540 – 2542  ผมรับราชการที่กรมทะเบียนการค้า  คุณพี่มานิต จิตตะสิริ  เพื่อนข้าราชการอาวุโสอายุ 70 เศษ  ซึ่งรู้จักชอบพอกับผมมานานปีมักแวะเยี่ยมเยือนเนืองๆ เดือนละ 1 – 2 หน  ผมทราบดีว่าคุณพี่มานิตเคยเป็นครูฝึกและหัวหน้าค่ายมวย “เกียรติเมืองยม”  ที่โด่งดังเมื่อ 30 – 40 ปี  มีลูกศิษย์เป็นยอดมวยชื่อดังฝีมือดี  เช่น  สมเกียรติและรักเกียรติ เกียรติเมืองยม  เป็นต้น  ถึงจะอายุมากและเลิกค่ายมวยไปนับสิบปี  แต่รูปร่างของคุณพี่มานิตยังดูแข็งแรงเหมือนตอนหนุ่มๆ  แต่พอผมปรารภเป็นเชิงถามว่า

“พี่แข็งแรงอย่างนี้  ไม่มีโรคอะไรเลยใช่ไหม?”

“นอกจากเบาหวานแล้ว  โรคอื่นไม่มี”

ผมจึงแนะนำให้คุณพี่มานิตลองกินมะแว้งแก้โรคเบาหวานตามวิธีที่ท่านอาจารย์สถิตย์  เสมานิลเคยกินจนโรคนี้หายเด็ดขาดมาแล้ว  คุณพี่มานิตหายหน้าไปหลายเดือน  จนวันหนึ่งคุณวิภาดา  ภรรยาซึ่งยังรับราชการราชการแต่อยู่ในส่วนภูมิภาค  แวะมาราชการที่กรม และผมพบเธอจึงถามหาคุณพี่มานิตสามีของเธอว่า  หายหน้าไปไหน?  เธอหัวเราะแล้วตอบว่า  “พี่มานิตกินมะแว้งไม่ได้  คายทิ้งหมด  บอกว่าขมเหลือเกินจึงอายท่านรองฯ  ไม่กล้ามาหากลัวถูกถาม”

ผมทั้งขำทั้งนึกนิยมคุณธรรมน้ำใจลูกผู้ชายของคุณพี่มานิต  จึงบอกฝากภรรยาไปว่า  ถ้ากินขมไม่ได้ก็อย่าเคี้ยว  ให้ใช้วิธีกลืนกินแบบกินยาลูกกลอนครั้งละ 3 – 4 เม็ด  เอาน้ำกรอกกลั้วคอให้กลืนสะดวกๆ ดีกว่าเกือบสองเดือนต่อมา  คุณพี่มานิตยิ้มเผล่มาหาผมในเช้าวันหนึ่ง  บอกว่าหมอที่เคยตรวจรักษาโรคเบาหวานยืนยันว่า  คุณพี่มานิตหายจากโรคเบาหวานแล้วจึงมาขอบคุณผม  ผมบอกให้ไปทำสังฆทานกล้วยน้ำว้า 1 หวี กับน้ำดื่ม 1 ขวดเช่นเคยครับ

เมื่อหลายปีมาแล้ว  ผมได้รับเชิญให้ไปจุดไฟฌาปนกิจศพบิดาของผู้ร่วมงานที่เมรุวัดเสมียนนารี  เมื่อเสร็จภารกิจผมรู้สึกหิวและเห็นว่าการจราจรกำลังติดขัด  จึงชวนพรรคพวกแวะร้านขายก๋วยเตี๋ยวแถวข้างวัด  ขณะเราอยู่ในร้าน  ผมปรารภว่าถ้าผมรู้ก่อนว่าผู้ตายป่ายด้วยโรคเบาหวานละก็  คงจะแนะนำให้ลองกินมะแว้งแก้โรคเบาหวาน  แล้วผมก็อธิบายวิธีกินให้ฟัง  มีคนสนใจเพราะญาติใกล้ชิดของเขากำลังป่วยด้วยโรคนี้  ผมจึงควักคำแนะนำการกินมะแว้งที่จัดพิมพ์ไว้มาให้  คนขายก๋วยเตี๋วขอยืมไปถ่ายเอกสารไว้ด้วย

ต้นปี 2544  ผมได้รับโทรศัพท์จากคุณป้าท่านหนึ่งซึ่งผมไม่เคยรู้จักตัว  ท่านแนะนำตนเองว่าชื่อ “ป้าบุญมา” บ้านอยู่แถวพระโขนง – อ่อนนุช  มีลูกสาวเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  คุณป้าเล่าว่าได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดเสมียนนารี  และได้รับคำแนะนำการกินมะแว้งแก้โรคเบาหวานจากเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว  คุณป้าจึงซื้อมะแว้งมา 1 กิโลกรัม  แต่มีปัญหาจึงโทรศัพท์มาปรึกษา   ปัญหาของคุณป้าก็คือเคี้ยวกินมะแว้งไม่ได้เพราะเหลือแต่ฟันหน้า  ฟันเคี้ยวฟันกรามอำลาไปหลายปีแล้ว  ผมแนะนำให้กลืนสดๆ แบบคุณพี่มานิต   คุณป้าบุญมาร้องอ้อๆ  แต่อีก 3 วันต่อมา  คุณป้าโทรศัพท์มาหาผมแต่เช้า  ปรับทุกข์ว่าป้ากลืนกินมะแว้งสดๆ แล้วแต่มันก็ถ่ายออกมาเกือบสดๆ เป็นเม็ดๆ หมดเลย  ผมจึงแนะนำใหม่ให้ใช้วิธีนึ่งมะแว้งพอสุกแล้วค่อยกิน

อีกครึ่งเดือนคุณป้าบุญมาก็แจ้งข่าวดีว่าอัตราน้ำตาลในเลือดของคุณป้าได้ลดลงจาก 300 เศษเหลือไม่ถึง 200 แล้ว  ผมก็แสดงความยินดีและแนะนำว่า  เมื่อมาถูกทางแล้วก็ให้กินต่อไปจนกว่าจะหายครับ  ผ่านไปอีกเดือนเศษคุณป้าบุญมาโทรศัพท์มาด้วยเสียงอ่อยๆ ปรับทุกข์ว่าน้ำตาลในเลือดของป้าลงมาเหลือร้อยหนึ่งแล้วนะ  ทำไมวันนี้มันกลับขึ้นไป 300 ล่ะ?  โธ่!  ผมจะไปรู้เหรอะ

แต่ผมไม่ได้พูดอย่างที่นึกในใจนี่หรอกนะ  การทำงานสังคมสงเคราะห์ต้องใจเย็นๆ ซีครับ  ผมจึงตอบว่า  “คุณป้า  ผมไม่ใช่หมอนะครับ  คุณป้าไปหาหมอให้ท่านตรวจหาสาเหตุดีกว่า  คุณป้ากินอะไรผิดสำแดงรึเปล่าล่ะครับ?”   คุณป้านึกสักพักก็รำพึงดังๆ ว่า  “ป้ากินข้าวหลามจิ้มนมข้นไป”

ผมจึงฝากข้อพึงคิดคำนึงว่า  มะแว้งไม่ใช่ยาเทวดา  ดังนั้น  เมื่อกินมะแว้งจนน้ำตาลในเลือดลดลงอยู่ในอัตราปกติที่ถือว่าหายป่วยจากโรคเบาหวานแล้วก็ตาม  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะกลายเป็น “ผู้วิเศษ” ที่จะกินของแสลงโรคใดๆ อะไรอีกก็ได้  ยิ่งคนที่มีประวัติการเจ็บป่วยเรื้อรังมาก่อน  เปรียบเสมือนวัตถุที่เคยแตกร้าว  เราปะติดกลับมาใช้จะให้มีสภาพแข็งแกร่งเหมือนของที่ไม่เคยแตกร้าวย่อมไม่ได้  

เมื่อ 4 – 5 ปีก่อน  ผมเคยเล่าเรื่องการกินมะแว้งรักษาโรคเบาหวานหายตามที่คุณพี่มานิต จิตตะสิริ  กินได้ผลนั้นให้เพื่อนพ่อค้าที่ย่านเซียงกง  ถนนบรรทัดทองฟัง  แต่ไม่ใคร่มีใครสนใจ  มิหนำซ้ำยังมีผู้ไปซื้อมะเขือพวงจากตลาดสดมากิน  เพราะผู้ซื้อและผู้ขายต่างไม่รู้จักมะแว้ง   แต่เมื่อต้นปี 2544  คุณนพดล (เอี่ยม) เจริญพจน์วัจนะ  เสี่ยทายาท “เต็กเฮงล้ง”  โทรศัพท์ถึงผมว่า  “คุณเตี่ย” ของเขามีอาการเบาหวานกำเริบถึงขนาดเมื่อออกไปกลางแดดแล้วกลับเข้ามาในร้านจะมีอาการตามืดมองไม่เห็นอะไรอยู่พักใหญ่  จึงอยากจะลองกินมะแว้งตามที่ผมเคยแนะนำเมื่อหลายปีก่อน

ผมคบหาเสี่ยเอี่ยมมาหลายปีจึงรีบไปหาซื้อมะแว้งที่ตลาด อ.ต.ก.  ซึ่งมีคุณป้าคนหนึ่งอยู่จังหวัดนครปฐมนำมาขายเฉพาะวันหยุดเสาร์อาทิตย์  ซื้อทีละ 5 – 6 กิโลกรัม  ได้มะแว้งมามากพอสำหรับคนป่วยเบาหวาน 6 – 7 คนกินได้ 1 สัปดาห์   ดังนั้น  นอกจากผมจะนำไปให้เสี่ยเอี่ยม 1 กิโลกรัมแล้ว  ที่เหลือผมจึงมอบให้เสี่ยเม้ง คุณอัครพงศ์ อัครเกษมพร  กรรมการศาลเจ้าแม่ทับทิม  สะพานเหลืองปทุมวัน  นำไปแจกจ่ายเพื่อนพ่อค้าในย่านนั้นซึ่งป่วยเป็นโรคเบาหวานอีก 6 – 7 คนด้วย

ผมจัดหาและส่งมะแว้งให้ไปเดือนเศษ   ได้รับแจ้งข่าวดีว่าแต่ละคนได้ผลดีมีอัตรานำ้ตาลในเลือดลดลงตามลำดับ  บางคนเคยมีอัตราน้ำตาลสูงถึง 346  หลังกินมะแว้ง 2 สัปดาห์  อัตราน้ำตาลลดลงเหลือราว 200 กว่านิดหน่อย  กินมะแว้งครบเดือน  อัตราน้ำตาลเหลือต่ำกว่า 200   ผมส่งมะแว้งให้ทุกสัปดาห์ราว 2 เดือน  ถ้าผู้ป่วยกินมะแว้งตามปริมาณกำหนดติดต่อกันทุกวันก็ควรหายป่วยได้เช่นเดียวกับท่านอาจารย์สถิตย์ เสมานิล  ผมมีภารกิจสำคัญต้องไปอเมริการ่วมเดือน  กลับมามีงานรออยู่มากมาย  ไม่ได้ใส่ใจถามเรื่องนี้

วันหนึ่งเมื่อผมถามเสี่ยเม้ง  เขากลับบอกผมว่า  “ท่านรองฯ ช่วยเขียนเรื่องยาจำพวกนี้ให้ด้วย  ผมจะหาคนใจบุญช่วยจัดพิมพ์เผยแพร่  จะได้ช่วยเหลือคนให้หายเจ็บป่วยด้วยเงินทองไม่กี่บาท”  นี่ไงครับ  ที่ผมกำลังปั่นต้นฉบับอยู่นี่แหละครับ  ประสบการณ์ตรงจากชีวิตของผมจริงๆ

หมายเหตุ

ช่วงที่ท่านอาจารย์สถิตย์ กินมะแว้งรักษาโรคเบาหวานอยู่นั้น  ผมสังเกตเห็นว่าท่านอาจารย์กินอาหารเปลี่ยนสูตรไปบ้าง  กล่าวคือ  ปกติท่านจะกินข้าวสวยมื้อละประมาณจานครึ่ง  อาจถึง 2 จานเมื่อมีกับข้าวถูกใจ  ช่วงนี้ท่านสั่งผมตักข้าวเพียงครึ่งจานแม้มีกับที่ท่านโปรดปรานก็เพิ่มเป็นข้าวค่อยจานไม่เติมอีก  อาจารย์สถิตย์กินกับข้าวเปลืองขึ้น  บางทีถึงกับกินไก่ตอนสับเปล่าๆ  จิ้มเต้าเจี้ยวที่ร้านข้าวมันไก่  สลัดผักก็ชอบเป็นพิเศษ  ผลไม้ที่กินประจำคือกล้วยน้ำว้า

ผมเพิ่งนึกขึ้นได้เมื่อสิ้นบุญอาจารย์แล้วว่า  การกินข้าวลดปริมาณลง  เท่ากับลดแป้งในอาหาร  แป้งที่จะแปรเป็นน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายก็ลดลงด้วย  ดังนั้นท่านอาจารย์สถิตย์ เสมานิล จึงหายจากโรคเบาหวานได้รวดเร็วและเด็ดขาด  ทั้งกินมะแว้งทุกวันติดต่อกัน 2 เดือนเศษๆ  ช่วงแรกๆ ยังกินยาหมออยู่ก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s